Ex-thai Leader Says Australia Ignorant, , Australian politicians of being ignorant and uninformed about Asia |
![]() |
|
![]() ![]() |
Ex-thai Leader Says Australia Ignorant, , Australian politicians of being ignorant and uninformed about Asia |
Nov 12 2006, 07:28 AM
Post
#1
|
|
|
AF Elite Group: Members Posts: 6,630 Joined: 9-October 05 From: DogCITY |
From correspondents in Bangkok
November 12, 2006 A FORMER Thai prime minister has accused Australian politicians of being ignorant and uninformed about Asia, just days before the Asia Pacific Economic Cooperation (APEC) meeting starts in Vietnam. Thailand Development Research Institute (TDRI) chairman Anand Panyarachun said western politicians, including those from Australia and New Zealand, had failed to understand the country's recent military takeover in a bloodless coup on September 19. "You say that Australia is an Asian nation and it should be well aware of what's going on in other Asian countries," Anand said. "But this (coup) is a case in point - you're not Asians yet, you have an entirely different mentality - you belong to the Western group." His comments echo similar views held by Malaysia's former prime minister Mahathir Mohamad who earlier dismissed Australia's efforts to move closer towards Asia in the 1990s. Prime Minister John Howard and Foreign Minister Alexander Downer, both preparing to visit the region ahead of the APEC meeting in Hanoi this week, have criticised the Thai military's takeover in which Prime Minister Thaksin Shinawatra was overthrown. Thaksin had been accused of muzzling the media, abuse of power and corruption as well as human rights abuses in suppressing a Muslim insurgency in Southern Thailand and the deaths of more than 2,000 people during a drugs crackdown in 2003. "That you think, whenever there is a coup - the generals took power it would be like a coup on Africa or in Latin America," Anand said. "It would be followed by sectarian violence, it would be followed by this or that ... and not many people were able to hear that not a single shot was fired - there was no damage to property. "It's politically correct - you know the attitude - to say that 'coup d'etat is no good'. Practically, some of them understand ... some of them (diplomats) who are stationed here, but somehow their reports were not read in the capitals. "In a way, I would view those Western leaders - be they American, Australian, New Zealanders - they are uninformed people. They're ignorant, they're completely ignorant," Anand said. Anand served as prime minister after the military took over in 1991 and again in 1992 after street protests and bloodshed forced the military's appointed prime minister, General Suchinda Krayprayoon, from office. He described the September coup as a "hiccup" and a step backward". "But on the other hand, how many of your people would be able to understand, would be able to know that during Thaksin's time we did not have democracy - we only had elections, we only had a parliament ... we only had a government, but there was no democracy," Anand said. http://www.theaustralian.news.com.au/story...75-1702,00.html This post has been edited by AEROFORCE1: Nov 12 2006, 07:30 AM |
|
|
|
Nov 12 2006, 08:12 AM
Post
#2
|
|
|
AF Geek Group: Members Posts: 172 Joined: 11-January 05 |
ไอ้หนุ่มเอ้ย
เอ็งรู้ใหมว่าเมืองไทยมันมีปฏิวัติมากี่ครั้งแล้ว แล้วเอ็งรู้ได้ยังไงว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก |
|
|
|
Nov 12 2006, 08:26 AM
Post
#3
|
|
|
AF Geek Group: Members Posts: 172 Joined: 11-January 05 |
กรุณากลับไปอ่านประวัติศาสตร์การทำปฏิวัต รัฐประหารในเมืองไทยก่อนแล้วจะรู้ว่า
ที่ผ่านมาเมืองไทยอยู่ภายใต้การปกครองของทหารมาโดยตลอด เพิ่งจะมีสมัยนายกทักษิณนี่แหละที่เขาพยายามจำกัดอำนาจทหารแต่ก็มาโดนปฏิวัติเสียก่อน รู้ใหมว่าเมืองไทยตั้งแต่มีประชาธิปไตยมามีการปฏิวัติมากี่ครั้งแล้ว ถ้าอยากรู้ ลองไปอ่านในพันทิป(pantip.com)ค้นหาคีย์เวิด กบฏยังเติร์ก ในห้องห้องสมุดแล้วจะได้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แล้วจะได้รู้อีกว่าอิทธิพลของพลเอกเปรม ติณสูลานนในเมืองไทยมีมากมายขนาดใหน เอาตัวอย่างไปอ่านก่อนนะ ****************************** ใคร่รบกวนถามถึงเรื่องของ กบฎยังค์เติร์ก ค่ะ ต้องขอประทานโทษ ที่รู้ในเรื่องนี้น้อยไปหน่อย เพราะช่วงนั้นอยู่ต่างประเทศ การสื่อสารไม่ฉับไวเหมือนสมัยนี้ พยายามหาอ่านตามเวบ ก็ยังไม่เจอ จึงขอเรียนรบกวนท่านผู้รู้ช่วยแนะนำลิงค์ให้ด้วยค่ะ ขอขอบพระคุณมาล่วงหน้า จากคุณ : Please .... - [ 4 ก.พ. 46 11:57:46 A:198.81.21.48 X: ] --------------------------------------------------------------------------------- ความคิดเห็นที่ 1 ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีเวบไหนที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือเปล่า ขอเล่าให้ฟังแทนได้ไหม แบบว่าอยากเล่าง่ะ คำว่ากบฏยังเติร์ก เป็นคำเรียกที่ได้รับอิทธิพลมาจากการปฎิวัติของเคมาล ปาซา นายทหารหนุ่มของตุรกี ที่ไม่ พอใจระบบศุลต่านและเห็นว่าเป็นเหตุให้อาณาจักรออตโตมัน (ตุรกีในสมัยนั้น) อ่อนแอและพ่ายแพ้ต่อ มหาอำนาจอย่างอังกฤษในสงครามโลก ภายหลังการปฏิวัติสำเร็จ ทำให้เคมาลและการกระทำของเขาและพรรคพวกได้รับการกล่าวขานว่าเป็นพลังของ คนรุ่นใหม่ที่เข้ามาขับไล่พวกศักดินารุ่นเก่าให้ตกไปจากสังคม และจะช่วยดึงเอาประเทศด้อยพัฒนาหลุดพ้นออก มาเทียมหน้าตาคนอื่นเขาบ้าง ชื่อยังเติร์กเลยเป็นที่นิยมในการเรียกนายทหารรุ่นใหม่ที่มีความคิดทางการเมือง ซึ่งในไทยช่วงนั้น นายทหาร จปร.รุ่น 7 ที่มี พ.อ.มนูญ รูปขจร พ.อ.จำลอง ศรีเมือง พ.อ.ประจักษ์ สว่างจิตรเป็นแกนนำ และมีบทบาทมาตั้งแต่ หลัง 14 ตุลา 16 (หรือในเหตุการณ์ด้วยก็ไม่ทราบเพราะไม่มีใครออกมายืนยันนอกจากเอกสารแสดงความคิด เห็นบางแหล่ง เช่น กังหันต้องลม ที่พยายามจะกล่าวถึง พล.ท.วิฑูร ยะสวัสดิ์ ว่าเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุ การณ์ในวันนั้นด้วย ซึ่ง จปร.7 ส่วนใหญ่จะเป็นทหารที่เข้าร่วมรบในลาวที่มี พล.ท.แม้ว ผู้นี้เป็นผู้นำ) ภายหลังเหตุการณ์ 14 ต.ค.16 จปร. 7 เข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะการเป็นผู้นำนายทหารระดับ คุมกำลัง (กองพัน) ซึ่งขณะนั้น จปร. 5 ซึ่งเป็นคู่กัดตลอดกาลกำลังเซ อันเนื่องมาจาก พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร ซึ่ง เป็นหัวขบวนรุ่น 5 ต้องระเห็จไปนอกตาม 2 จอมพลไปด้วย จปร. 7 มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรบที่สำคัญและได้รับการกล่วขวัญถึงความกล้าหาญในหมู่ทหารหลายครั้ง เช่น พ. อ.จำลอง ในสมรภูมิภูผาที ฐานเรดาห์ของซีไอเอในลาวที่ถูกทหารเวียดนามเหนือตีแตก (จากบันทึกของซีไอเอ ระบุว่าทหารรบพิเศษของไทยไม่ได้ปะทะกับข้าศึกสักเท่าไร เมื่อเทียบกับทหารม้งของวังเปาและซีไอเอเอง ขณะที่ พ.อ.จำลองถึงกับบันทึกไว้ในประวัติชีวิตของตนเองว่า ถ้าเป็นสงครามที่เปิดเผยเขาจะต้องได้เหรียญซิลเวอร์ สตาร์ ซึ่งเป็นเหรียญกล้าหาญขั้นสูงของสหรัฐจากสมรภูมินี้ไปแล้ว ไม่รู้ข้อมูลใครแม่นกว่ากัน) ต่อฉบับหน้าแล้วกัน ยาวไปแล้ว จากคุณ : ล่องแจ้ง - [ 4 ก.พ. 46 13:42:14 A:203.151.225.174 X: ] ความคิดเห็นที่ 2 มาว่าต่อครับ กำลังสนุก นอกจาก พ.อ.จำลองแล้วก็มี พ.อ.มนูญ รูปขจร ที่ว่ากันว่าผู้พันแห่ง ม.พัน 4 ท่านนี้กล้า หาญยิ่งนัก โดยเฉพาะเมื่อต้องนำกำลังรถถังเข้าปะทะกับทหารเวียดนามแถว ๆ ชายแดนเขมรบ้านเรานี่เอง ซึ่ง ปกติแล้ว ผบ.รถถังเมื่อนำเข้าปะทะข้าศึกจะปิดฝาเข้ามาในตัวรถ แต่ พ.อ.มนูญ จะไม่เคยเข้ามาเลย ใช้วิธียืน บัญชาการอยู่ตลอดเวลาของการสู้รบ ทำให้ได้รับการยอมรับจากผู้ใต้บังคับบัญชามาก ส่วน พ.อ.ประจักษ์ ก็ไม่น้อยหน้า แค่สมญานาม วีรบุรุษแห่งตาพระยา ก็เป็นเครื่องการันตีได้แล้ว วีรกรรมที่โด่ง ดังมากที่สุดเห็นจะได้แก่กรณีที่พี่ท่านหอบเอาลังใส่ระเบิดมือเดินเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อขอเข้าพบ มรว.เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น พ.อ.จำลอง (และ จปร.7) เข้าร่วมในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ด้วยจากคำบอกเล่าบนเวทีหาเสียงของนางจงกล ผู้ สมัครคนหนึ่งของพรรคพลังธรรม ดันไปพูดหาเสียงว่ารู้จักกับ พ.อ.จำลองมาตั้งแต่ 6 ตุลา โดยเห็นว่า พ.อ. จำลองปลอมตัวไปปะปนกับลูกเสีอชาวบ้านที่ชุมนุมที่พระรูปทรงม้า กรรมจริง ๆ หารู้ไม่ว่านี่เป็นภารกิจที่เป็นรอย ด่างที่สุดในชีวิตของ พ.อ.จำลอง สงสัยไม่ได้เตี๊ยมกันมา แม่คุณจึงเล่าไปอย่างภาคภูมิใจ ก่อนที่จะรู้ตัวว่าพลาด ก็พบว่าเรื่องของตัวเองเป็นข่าวพาดหัว นสพ.รายวันทุกฉบับในเช้าวันรุ่งขึ้นไปซะแล้ว ต่ออีกฉบับนะ คราวนี้กบฏแน่ จากคุณ : ดินสอโดม - [ 4 ก.พ. 46 13:51:31 A:203.151.225.174 X: ] ความคิดเห็นที่ 3 กำลังรอฟังค่ะ ขอบพระคุณ คุณล่องแจ้ง และ คุณดินสอโดมมากค่ะ จากคุณ : เจ้าของกระทู้ - [ 4 ก.พ. 46 13:58:52 A:198.81.19.168 X: ] ความคิดเห็นที่ 4 สนุกครับ ฉบับต่อไปเมื่อไหร่จะออกครับ จากคุณ : pudzeelan - [ 4 ก.พ. 46 14:09:04 A:202.28.62.69 X:unknown, unknown, unknown ] ความคิดเห็นที่ 5 การมีส่วนร่วม(หรือแค่สังเกตการณ์ เพราะนักประวัติศาสตร์บางท่าน วิเคราะห์ว่าเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 นั้น ทหาร ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติการหลัก เพียงแค่เข้ามายึดอำนาจในตอนเย็นหลังจากเหตุการณ์บานปลายไปมากแล้วเท่านั้น) จปร.7 ก็กลายมาเป็นกลุ่มทหารที่มีอิทธิพลทางการเมืองอย่างล้นเหลือ ถึงขนาดกำหนดตัวนายกรัฐมนตรีได้โดย การกดดันให้พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพื่อเปิดทางให้ พล.อ.เปรม ติณสูลา นนท์ ขึ้นเป็นนายกฯ ก่อนจะถึงเหตุการณ์กบฎยังค์เติร์ก ขอย้อนกลับมานิดหนึ่งว่า ก่อนหน้านั้นเกิดความพยายามที่จะทำรัฐประหาร ขึ้นมาครั้งหนึ่ง โดยการนำของ พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ อดีตรอง ผบ.ทบ. โดยมีนายทหารคนสนิทที่เป็นที่รู้จักกันดี ในวันนี้ คือ พ.ท.สนั่น ขจรประศาสน์ ซึ่งได้เข้าร่วมนำกำลังจากเมืองกาญจนบุรี พล.ร.9 เข้ามายึดสนามเสือป่า เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2521 การก่อการครั้งนั้น เกิดพลาดครั้งใหญ่ คือ พล.อ.อรุณ ทวาทะศิน ถูก พล.อ.ฉลาด ยิง เสียชีวิต ซึ่งไม่เป็นที่ชัดเจนว่า พล.อ.อรุณ เข้าไปร่วมด้วยแต่เปลี่ยนใจภายหลัง หรือถูกบังคับแต่ต้น ผลจากการเสียชีวิตของพล.อ.อรุณ ทำให้ภายหลังเมื่อมีการปราบปรามกบฎลงได้แล้ว ได้มีการประหารชีวิต พล. อ.ฉลาด โดยใช้มาตรา 21 ความเกี่ยวข้องของ จปร. 7 ในครั้งนี้ คือ พ.อ.มนูญ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ไปปราบกบฎ ซึ่งก่อนที่จะนำ รถถังเข้าล้อมได้มีการตกลงกับ พ.อ.สนั่น ไว้ก่อนแล้วว่าให้ต่างฝ่ายต่างถอดชนวนปืนเพื่อไม่ให้ยิงใส่กันได้จริง ๆ (ปืนรถถังกับปืนต่อสู้รถถังที่ฝ่ายกบฎนำมาจากกาญฯหลายกระบอก) ประสบการณ์ในการปราบกบฎครั้งนั้น คงมีส่วนให้ พ.อ.มนูญ เห็นอะไรบางอย่างจากการรัฐประหารโดยกำลังรถ ถังบ้าง และเมื่อ จปร.7ได้ผลักดันให้ พล.อ.เปรมขึ้นรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว เกิดขัดใจกับ พล.อ.เปรมที่ดู เหมือนจะตั้งให้ จปร.5 ได้ตำแหน่งที่สำคัญมากกว่า ซึ่งจะมีผลให้ดุลย์อำนาจของ จปร.7ลดลง ประกอบกับการ ต่ออายุราชการของป๋า ซึ่งส่งผลให้ พล.อ.สันต์ จิตรปฏิมา รองผบ.ทบ.หมดสิทธิขึ้นคุมกองทัพ และต่อมาก็ถูกเด้ง เข้ากรุ เมื่อผู้คุมกำลังระดับกองพันกับหัวขบวนระดับเสธ.ใหญ่มากบารมี เกิดมีความคิดเห็นที่ตรงกัน จึงเกิดการรัฐ ประหารขึ้น และเนื่องจากได้ทำกันในวันที่ 1 เมษายน 2524 จึงเรียกกันติดปากว่า กบฎเมษาฮาวาย กาทำรัฐประหารครั้งนั้น เป็นการชุมนุมกองกำลังที่ใหญ่ที่สุด เพราะมีทหารระดับกองพันเข้าร่วมถึง 28 กองพัน (ไม่แน่ใจตัวเลขว่าใช่เลขนี้แน่นอนหรือเปล่า) ซึ่งสูงมาก แทบจะไม่มีกองพันเหลืออยู่ข้างรัฐบาล เพราะส่วนใหญ่ ถูกคุมโดย จปร.7 หรือน้องรักสายตรงของรุ่นนี้ รัฐประหารครั้งนั้นมี พล.อ.เสริม ณ นคร เป็นหัวหน้า ซึ่งภายหลังได้แจ้งว่าเข้าร่วมเพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดความรุนแรง และมี จปร. 7 เข้าร่วมครบครัน แต่พลาดไปคือ การเข้าจับตัว พล.อ.เปรม ที่ปล่อยให้กระโดดหน้าต่างหนีไปได้ และไปรวมกำลังกันที่โคราช กอง บก.ทัพภาค 2 ที่มี พล.ต.อาทิตย์ กำลังเอก เป็นรองแม่ทัพ อยู่ การรัฐประหารครั้งนี้เป็นกรณีคลาสสิคอีกครั้งหนึ่งของไทย เพราะเป็นการรบกันบนคลื่นวิทยุ โดยในวันแรก ต่าง คนต่างประกาศปลดกันกลางอากาศ ตามมาด้วยการเรียกให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไปรายงานตัว ทั้งที่สนามเสือ ป่าและโคราช ซึ่งว่ากันว่า มีหลายคนทีเดียวที่รอให้สถานการณ์ชัดเจนเห็นผู้ชนะรำไรแล้ว ค่อยไปรายงานตัว ซึ่ง ปรากฏว่าได้ดิบได้ดีกันไปทุกคน สำหรับบรรดานักแทงกั๊ก ส่วนพวกแทงเต็ง ที่เฮงก็รอด ที่พลาดก็เรียบร้อย เข้า ซังเตเป็นแถว ต่ออีกนิดนะ จะจบแล้วละ ทนอ่านหน่อย จากคุณ : หลานย่าโม - [ 4 ก.พ. 46 14:13:17 A:203.151.225.174 X: ] ความคิดเห็นที่ 6 ยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ พล.อ.เปรม มีหลายประการที่มี่ส่วนทำให้เกิดชัยชนะ เริ่มจากการที่สามารถหลบหนี ออกไปจาก กทม.ไปพำนักยังถ้ำเก่า ที่โคราชได้ และที่สำคัญคือ สามารถอัญเชิญเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว พร้อมด้วยพระบรมราชินีนาถและสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ไปถวาย อารักขา ณ กองบัญชาการทัพภาค 2 ได้ แค่นี้คนไทยก็รู้แล้วว่าควรเข้าข้างใคร ส่วนยุทธวิธีแตกหักสุดท้ายอยู่ที่การทยอยนำกำลังทหารแต่งชุดพลเรือนนั่งรถเข้ามา กทม.ทั้งที่มีการตั้งด่าน เพียบ (เขาว่ากันว่ามีการรู้เห็นเป็นใจให้เข้ามาด้วย ก็แหมทหารเหมือนกันดูกันไม่ออกเลยหรือ บางคนก็รุ่นเดียว กัน เพื่อนกันทั้งนั้นแหละ) ผลสุดท้ายก็ยึด กทม.ไว้ได้ โดย พ.อ.มนูญ รูปขจร ต้องหนีไปเยอรมัน ส่วน พล.อ.สันต์ ขึ้น ฮ.หนีไปพม่า ภายหลังเมษาฮาวายล้มเหลว จปร.7ก็ร่วงโรยไปด้วย เหลือเพียง เดอะซัน ที่โชนแสง สร้างปรากฏการณ์กระโดด จาก พล.ต.ขึ้น พล.อ.ภายในปีเดียว และชั่วข้ามไปอีกปีเดียวก็พุ่งขึ้นไปครองตำแหน่ง ผบ.ทบ.หลังจากเอา พล.อ. ประยุทธ มาคั่นไว้ 1 ปี แต่สร้างเกียรติประวัติให้สำนักจักรดาวแบบไม่รู้ลืม เพราะไปเปลี่ยนชื่อ รร.เตรียมทหาร เป็น รร.รวมเหล่า เฉยเลย สุดท้าย เดอะซัน ต้องเปลี่ยนกลับ ความจริง เดอะซัน เองก็ไม่น้อยหน้า เพราะไปเปลี่ยนเครื่องแบบทหารเข้าให้เหมือนกัน โดยไปเลียนแบบเครื่อง แบบทหารจากสหรัฐ ใส่เสื้อเชิ๊ตสีเขียวอ่อนแทนเสื้อแบบเดิม ที่ทหารหาญหลายคนบ่นว่าขาดมาดแมนไปเยอะ สุดท้ายก็เปลี่ยนกลับเหมือนเดิม โดย พล.อ.จิ๋ว เดอะ ซัน สร้างชื่อยาวนานจากปี 2524 จนถึง 2529 มีบทบาทวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลป๋าผ่านหน้า นสพ.จนนัก ข่าวขี้เกียจเขียนคำว่า พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก เพราะต้องเขียนกันทุกวัน ทุกวรรค เลยเปลี่ยนมาตั้งสมญานามว่า บิ๊กซัน เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาท จนกระทั่งกลายเป็นประเพณีที่ต้องตั้งสมญานามบรรดา พล.อ.ของกองทัพ โดยเฉพาะเหล่า 5 เสือ ว่า บิ๊ก (ความจริงก่อนหน้านั้นก็ตั้งสมญานามให้ พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ว่าบิ๊กจอว์ส เหมือนกัน แต่ไม่ได้ต่อเนื่องยาวนานเหมือนยุค บิ๊กซัน คราวหน้าตอนจบจริง ชื่อเรื่องว่าอวสาน จปร.7ตอน "นัดแล้วใยไม่มา" จากคุณ : บิ๊กโซ - [ 4 ก.พ. 46 14:29:03 A:203.151.225.174 X: ] ความคิดเห็นที่ 7 ไม่ใช่ทนอ่านค่ะ แต่อ่านด้วยความตั้งอกตั้งใจทีเดียวเชียว เขียน(เล่า)ได้ดีเหลือเกิน..รออยู่นะคะ จากคุณ : เจ้าของกระทู้ - [ 4 ก.พ. 46 14:39:40 A:198.81.19.188 X: ] This post has been edited by khamphoon: Nov 12 2006, 08:27 AM |
|
|
|
Nov 12 2006, 08:33 AM
Post
#4
|
|
|
AF Supreme Group: Members Posts: 10,466 Joined: 2-August 04 From: The Pits of Hell |
Yeah, I also think it's very arrogant for outsiders to judge what has happened. Something needed to happen in order for change to come in. They don't take a look at why it happened, but rather how things were handled.
|
|
|
|
Nov 12 2006, 08:34 AM
Post
#5
|
|
|
AF Elite Group: Members Posts: 6,630 Joined: 9-October 05 From: DogCITY |
One thing that we agree together is the law will serve those who wrote it.
|
|
|
|
Nov 12 2006, 08:39 AM
Post
#6
|
|
|
AF Geek Group: Members Posts: 172 Joined: 11-January 05 |
ความคิดเห็นที่ 8
บิ๊กซันเรืองอำนาจมาจนกระทั่งถึงวันที่ออกทีวี ประกาศคัดค้านการลดค่าเงินบาทของรัฐบาลป๋า ประกอบกับการ เสนอต่ออายุราชการให้โดย พล.ท.จุไท แสงทวีป ทำให้ป๋าเคืองหนัก สุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม ป๋าก็ประกาศแต่ง ตั้ง พล.อ.จิ๋ว ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.แทน ขณะที่ บิ๊กซันยังอยู่ระหว่างการเดินทางกลับจากอังกฤษ เรียกว่าปลดกลาง อากาศของจริง หลังจากภารกิจนี้ ป๋าก็เลยได้สมญานามว่า "นักฆ่าแห่งลุ่มเจ้าพระยา" ด้วยกลยุทธ แบบ แบ่ง แยกแล้วปกครอง ที่ไม่ยอมให้เหล่าไหน รุ่นใดเข้ามากุมอำนาจแบบยกแผง ทำให้ป๋าลอยตัวอยู่ได้ถึง 8 ปี ไม่เชื่อ ลองสังเกตบรรดาลูกป๋าที่ภายหลังวงแตก ต่างทะเลาะกันเป็นแถว ไม่ว่าสายการเมือง นายชวน สายทหาร นาย จิ๋ว สายการข่าว ปีศาจคาบไปป์ สายการคลัง ดร.โกร่ง สาย มท.ปลัดฮิเจ้าของวลีแห่งศตวรรษ "น้ำเป็นของนก นายกฯเป็นของป๋า" อ้อมตะวันซะจนลืม จปร.7 ยังครับ ยังค์เติร์ก ยังไม่จบ ภายหลังหายเข้าไปในดงไส้กรอก ใครก็คิดว่าหมดฤทธิ์ แล้ว แต่ผู้การทหารม้าแห่ง ม.พัน 4 ไม่สิ้นลายง่าย ๆ และแล้วเมื่ออรุณรุ่งของวันที่ 9 กันยายน 2528 ขบวนรถถัง นำโดย ร.อ.ลาน ด่านขุนทด (ไม่แน่ใจว่าชื่อนี้หรือเปล่าแต่ใกล้เคียงแน่ เพราะเขาประกาศเสียงดังฟังชัดว่าชีวิตนี้ เขายอมตายเพื่อพี่มนูญได้) ก็เข้ายึดพระรูปทรงม้า พร้อมด้วยกำลังจากเหล่าอากาศโยธิน ของน.อ.มนัส รูปขจร ผู้น้อง เหตุการณ์ครั้งนี้ดำเนินไปด้วยความรุนแรง มีการยิงปืนใหญ่รถถังไปที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศน์หลายนัด ปรากฏ เป็นหลุมลึกบนถนน ซึ่งมีสะเก็ดระเบิดชิ้นหนึ่งปลิวทะลุรถ ปอ.ผ่านเข้าไปในช่องหูช้างกระจกรถแท็กซี่คันหนึ่งที่ คุณแม่ของเด็กนักเรียนที่อยู่บริเวณนั้นรีบขึ้นรถมารับเพราะกลัวจะเกิดอันตราย เศษระเบิดชิ้นนั้นทะลุเข้าลำคอ ของคุณแม่ที่นั่งอยู่ข้างหลังเสียชีวิตทันที ขณะที่ลูกชายที่กำลังไปรับไม่สามารถกลับบ้านโดยปลอดภัย รวมทั้งมี การยิงปืนกลรถถังกราดไปทั่ว ส่งผลให้นักข่าวจากสำนักข่าว ตปท.(ไม่แน่ใจว่าใช่รอยเตอร์หรือเปล่า) ถูกปืนยิง ตั้งแต่ช่วงเอวลงมาเสียชีวิต ที่น่าสนใจคือนักข่าวคนนี้ผ่านมาแล้วทั้งเวียดนามและลาว ว่ากันว่าเป็นคนที่ถ่าย ภาพตอนรถถังเวียดนามเหนือวิ่งชนประตูทำเนียบ ปธน.เวียดนามใต้ด้วย กลับต้องมาจบชีวิตใน กทม.ที่ขึ้นว่ามี การปฏิวัติที่สงบเงียบเรียบร้อยที่สุดในโลก การก่อการครั้งนี้ พ.อ.มนูญเชื่อว่าจะสำเร็จแน่นอน เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย ที่คุมกำลังอยู่ แต่ ปรากฏว่าตลอดทั้งวันไม่มีใครแสดงตัวออกมาว่าเป็นหัวหน้า รวมทั้งไม่มีกองกำลังอื่นใดมาเสริมนอกจากรถถัง และทหารจากอากาศโยธินของ มนัส เพียงไม่เกิน 2 กองร้อย ที่น่าสนใจ คือ การส่งเสบียงของทหารรถถัง ปรากฏว่าใช้รถยนต์ส่วนตัว คนขับพลเรือน ขับมาเทียบจอด พร้อม ส่งอาหารและน้ำดื่มให้กับทหารในรถ โดยมีโค้กกระป๋อง ซึ่งใน พ.ศ.นั้นยังไม่มีขายในไทยรวมอยู่ด้วย ซึ่งเมื่อไป บวกกับข่าวลือว่ามีการพูดคุยใน ตปท.ก็น่าเชื่อเหมือนกัน (ตอนนั้น นายกฯและ ผบ.ทบ.ไปเมืองนอกทั้งคู่ ป๋าเข้า ใจว่าจะไปมาเลฯส่วนบิ๊กซันไปอังกฤษ ซึ่งปกติในสมัยที่การเมืองไม่ค่อยมั่นคงไม่เคยมีเหตุการณ์ว่าผู้นำ 2 ตำแหน่งนี้จะไม่อยู่ในเมืองไทยพร้อม ๆ กัน) ทำให้ภารกิจในการปราบปรามตกอยู่กับ พล.อ.เทียนชัย สิริสัมพันธ์ รองผบ.ทบ.ซึ่งภายหลังได้รับการตอบแทนด้วยการให้ตั้งพรรคการเมืองและเข้ามาเป็น รมต.เนื่องจากเกษียณปี นั้นพอดี เลยไม่ได้ก้าวกระโดดเหมือนบิ๊กซัน ส่วนผู้ก่อการที่นั่งรถถังมาเที่ยวกรุงทั้งหลายก็กอดคอกันเดินไปเข้าตารางที่ พล.1 และติดยาวนานไปจนป๋าใจ อ่อนยอมอภัยโทษให้ สำหรับผู้ที่นัดแล้วไม่มาซึ่งบัดนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นใครก็ล่องหนเป็นปริศนามาจนทุกวันนี้ พ.อ.มนูญ ก็กลับไปเยอรมันอีกครั้ง ก่อนจะกลับมาได้ในสมัยของน้าชาติเพื่อมารับยศเป็นพล.ต. และมาเจอ วิบากกรรมอีกครั้งในยุค รสช.ในคดีลอบสังหาร จนกระทั่งเปลี่ยนชื่อเป็นมนูญกฤต รูปขจร ผู้กลายมาเป็น ประธานวุฒิสภาในปัจจุบัน พ.อ.ประจักษ์ ที่ไม่ได้เข้าร่วมในเหตุการณ์ 9 กันยา ตอนนี้ก็แต่งชุดพรางตัวโปรดช่วยภรรยานับเงินจากธุรกิจส่วน ตัวอย่างเดียวก็ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นแล้ว พ.อ.บุลศักดิ์ โพธิเจริญ พยานปากสำคัญในการปรักปรำ พ.อ.มนูญ ที่คนขับรถได้ดีเป็น รมต. ก็ไปเป็นชาวสวน อยู่สิงห์บุรีก่อนลงรับเลือกตั้ง ข่าวว่า จปร.7 ตัดสัมพันธ์ไปแล้ว ฐานหักหลังเพื่อน พ.อ.จำลอง หลังจากอกหักจาก ผู้ว่า กทม.ฯก็ไปเป็น ผอ.รร.ผู้นำอยู่ที่เมืองกาญจนบุรีไปแล้ว จปร.7 บางคนที่ขอกลับเข้ารับราชการหลังเหตุการณ์เมษาฮาวาย หลายคนก้าวหน้าในราชการจนสุดท้ายได้ เกษียณในยศ พล.อ. ตอนนี้ก็ถึงเวลาจบเรื่องของ จปร.7 เจ้าของตำนานยังเติร์ก ซึ่งเป็นแค่เศษเสี้ยวหนึ่งของสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตเขา เหล่านั้นเท่านั้น และคงไม่ใช่ฉากสุดท้ายของ ยังเติร์ก เพราะคนที่จะเขียนฉากนี้ได้ คงต้องเป็นท่านประธานวุฒิ สภาคนปัจจุบันเท่านั้น สวัสดีครับ พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ จากคุณ : มะโหนก - [ 4 ก.พ. 46 15:03:59 A:203.151.225.174 X: ] ความคิดเห็นที่ 9 อ่านแล้วบอกได้ว่าผู้เขียนแต่ละท่านนั้น ไม่ได้ยกเมฆ เพราะเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นจริง เมืองไทยมีปฏิวัติมา ตลอดแต่เกิดไม่ทัน ทันก็แต่สมัยจอมพล ส. ผ้าขาวม้าแดง คงมีเรื่องอีกเยอะที่ผู้เขียนคงไม่อยากเล่า เช่น การไป ไถเงิน....เอามาปฏิวัติ ฆ่ากันเองในหมู่ปฏิวัติ ฆ่าประชาชน ที่ไม่ชอบใจก็คือ คนแพ้ต้องข้อหากบฏ แต่บางครั้งมีนิรโทษกรรมรอดไปได้ จริงๆ แล้วน่าจะลงโทษสถานหนัก บ้านเมือง ประชาชนเสียหายไปมาก ก็เพราะไอ้พวกนี้แหละ แต่ที่ยิ่งแปลก บางที่พวกที่เคยทำกบฏ ตอนหลังมา ได้เลื่อน ยศ อีก ....มันเป็นไปได้ไงนะ คนรับราชการแทบตายกว่าจะได้เลื่อนขั้นแสนลำบาก แล้วพวกนี้มันได้ มายังไง...สังเกตอีกอย่างพวกนี้พอตายแล้วคนถึงรู้ว่า รวยฉิบ...ได้มาจากไหนฟะ จากคุณ : เอกรัฐ - [ 4 ก.พ. 46 15:43:02 A:63.230.177.29 X: ] ความคิดเห็นที่ 10 The Young Turk Rebellion จากคุณ : พิราบอ้วน - [ 4 ก.พ. 46 16:40:03 ] ความคิดเห็นที่ 11 ช่วยเล่าเรื่องยังเติร์กรุ่นแรกหน่อยซิครับ เช่น ร.อ.เหล็ง สีจันทร์ ที่ชื่อท่านมาเป็นชื่อซอยบ้านท่านนายกชวน (ซอย หมอเหล็ง) และยังเติร์ก ที่ถูกจับได้ในสมัยรัชกาลที่ 6 ลืมยังเติร์ก พวกนี้ไปได้อย่างไรครับ พวกที่คุณเล่ามาผมทัน เหตุการณ์หมด จากคุณ : เกิดมาเลว - [ 4 ก.พ. 46 21:21:56 A:203.147.20.55 X: ] ความคิดเห็นที่ 12 พลเอกพัลลภ นี่ก็ จปร.7 ใช่ไม๊คะ จากคุณ : ตะขบ - [ 5 ก.พ. 46 03:03:49 A:203.113.61.104 X: ] ความคิดเห็นที่ 13 พ.อ.พัลลภ ปิ่นมณี (พล.อ.) เป็นนายทหารรุ่น จปร.7 ครับ และมีชื่อเสียงโด่งดังในสมัยเมษาฮาวายมาก เป็นแกน นำท่านหนึ่ง ภายหลังขอกลับเข้ารับราชการจนกระทั่งมาลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษา รมว.กลาโหม(หรือ มหาดไทย ไม่แน่ใจ)ในสมัยน้าชวน เป็นอันจบบทบาททางการเมืองของท่าน ส่วนยังเติร์กรุ่นแรกนั้น เรียกกันอย่างเป็นทางการว่า กบฏ รศ.130 เป็นสมัย ร.6 ตอนนั้นผู้นำในการปฏิวัติไม่ได้ รับอิทธิพลจากมุสตาฟา เคมาล ปาชา หรอกครับ แต่ได้รับอิทธิพลจาก ดร.ซุน ยัด เซ็น จากการปฏิวัติสาธารณรัฐ ในจีน สังเกตได้ว่าจะมีการนำนายแพทย์เข้ามาร่วมด้วย (นพ.เหล็ง ศรีจันทร์) ทำให้มีชื่อซอยหมอเหล็งไงครับ สาเหตุของการกบฎครั้งนั้น สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ของ ร.6 กับทหาร ประจำการ ซึ่งตลอดรัชสมัยนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับทหารประจำการไม่ดีนัก เนื่องจากทหารสมัยใหม่ พึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อ ร.5 นี่เอง แต่ได้แสดงบทบาทได้สูงมาก เพราะเป็นการจัดองค์กรบริหารแบบใหม่ (สมัยนั้น) ทำ ให้มีประสิทธิภาพมาก รวมทั้งผู้ที่คุมกำลังทหารอยู่ก็เป็นแคนดิเดทในการสืบรัชกาลอยู่ด้วย ทำให้ ร6 ต้องสร้าง กองกำลังตัวเองขึ้นมาในชื่อว่า เสือป่า แถมมีเพลง ปลุกใจเสือป่า ที่กลายมาเป็นแสลงของอะไรที่ "โป๊ ๆ " อยู่ทุก วันนี้ครับ แถมยังมีเรื่องอื้ฉาวเกี่ยวกับลอตเตอรี่บำรุงเสือป่าที่ประธานในการออกดันปลอมชื่อว่า ชื่น เรือลอย เข้า มารับรางวัลเสียเองอีก เข้าเรื่องดีกว่า ต้นเหตุมาจากทหารประจำการที่อยู่ ณ ที่ทำการกระทรวงกลาโหมในปัจจุบัน ไปเที่ยวงานวัดตาม ประสาวัยรุ่น เห็นบางฉบับบอกว่าไปนั่งจีบแม่ค้าขายขนมจีน แล้วไปทะเลาะกับทหารมหาดเล็กของพระบรมโอร สาธิราช ซึ่งก็คือ ร.6 ในสมัยต่อมา เมื่อมีเรื่องกันทหารสู้ไม่ได้ก็วิ่งมาตามพรรคพวกที่กรม ทหารในกรมก็เฮกันไปรุมยำพวกมหาดเล็กเสียสะบักสะ บอม ความทราบถึงในหลวง( ร.5) ท่านก็ทรงเห็นว่าเป็นเรื่องคนหนุ่มทะเลาะกันไม่น่าจะให้ลุกลามเป็นเรื่องใหญ่ ก็สั่งให้ลงโทษไปตามความผิด แต่ข้อมูลที่ได้อ่านมาจากบางแห่ง บอกว่า ร.6 ซึ่งดำรงอิสริยศเป็นผู้สืบบัลลังก์ในขณะนั้นไม่พอพระทัย ต้องการ ให้ลงโทษด้วยการเฆี่ยนตามกฎมณเทียรบาล ซึ่งได้ยกเลิกไปแล้ว เพราะมีการจัดทำกฎหมายอาญาเรียบร้อย แล้ว ซึ่งมีการกล่าวอ้างถึงขั้นที่ว่า หากไม่ทำตามพระราชประสงค์จะลาออกจากองค์รัชทายาท (มีหนังสือประวัติ ศาสตร์อ้างอิงความข้อนี้อยู่ แต่อยากให้พิจารณาให้ดี เพราะเป็นเรื่องกระทบเบื้องสูงและยังไม่น่าจะเป็นข้อชี้ชัด ทางประวัติศาสตร์) เมื่อเป็นดังนั้น จึงกำหนดให้มีการลงโทษด้วยการเฆี่ยนที่บริเวณลานสนามหญ้าในกระทรวงกลาโหม (ตึก กระทรวงจะล้อมสนามอยู่ ตรงกลางว่างตามสไตล์ยุโรป จากบันทึกบอกว่าการลงโทษครั้งนั้นพระองค์ (ร.6)เสด็จมาทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง เมื่อถึงเวลา ราชมัล ก็ ลงแส้ ซึ่งตามหลักการลงแส้ของราชมัลหรือเจ้าหน้าที่เฆี่ยนนั้น ลงครั้งแรกต้องได้เลือด ครั้งที่สองต้องเนื้อปริ ไม่ ใช่มาแกล้งเฆี่ยนกันเบา ๆ เหมือนในหนังนะครับ การเฆี่ยนในช่วงเที่ยงวัน(เวลาพักเที่ยงเพื่อให้ทหารคนอื่นออกมาดูไว้เป็นเยี่ยงอย่าง) ดำเนินไปจนเสร็จสิ้น ปรากฏว่าผู้ต้องหา (ถ้าไม่ผิดน่าจะ 6 คน) สลบคาขาหยั่ง สร้างความหดหู่ให้กับนายทหารท่านอื่นที่พบเห็นยิ่งนัก จนเป็นสาเหตุที่ยกมากล่าวอ้างว่า ทหารถูกหลู่เกียรติอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าสาเหตุของการตัดสินใจเตรียมการปฏิวัตินั้น น่าจะมีมาจากหลายทางมากกว่าเพียงเรื่อง นี้เรื่องเดียว เพราะการบริหารราชการในสมัยนั้นก็ค่อนข้างมีปัญหา เพราะแกนนำ คือ ทางพระราชวังนั้นค่อนข้าง จะเป็นแบบโบราณ คือ สำราญบานเย็นไปเรื่อย ขณะที่ทหารและข้าราชการประจำที่ได้รับการจัดองค์กรแบบใหม่ มีพลังเพิ่มขึ้นมาก สถานการณ์แวดล้อมก็ระอุด้วยไฟสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ระเบิดขึ้นในยุโรป คราวหน้าจะวางแผนกันแล้วครับ จากคุณ : หมอหลง - [ 5 ก.พ. 46 12:39:36 A:203.151.225.170 X: ] |
|
|
|
Nov 12 2006, 09:06 AM
Post
#7
|
|
|
AF Elite Group: Members Posts: 6,630 Joined: 9-October 05 From: DogCITY |
QUOTE(Mizz_Luv3r @ Nov 13 2006, 12:03 AM) [snapback]2475241[/snapback] Yeah, I also think it's very arrogant for outsiders to judge what has happened. Something needed to happen in order for change to come in. They don't take a look at why it happened, but rather how things were handled. Like Mr Anand mention ,those leader just uniform on us the outsider without research and just talk like they rilly know what is going on. For example Asian = Small eyes (all look like japanese or Chinese) Coup = Bad Thai = sex industry Vietnam = Vietnam war Indonisian = terrorist and Muslim etc etc |
|
|
|
Nov 12 2006, 11:38 AM
Post
#8
|
|
|
AF Elite Group: Members Posts: 6,630 Joined: 9-October 05 From: DogCITY |
It also can be on other way around ,the Thai goverment is act completely ignorant about the rest of the world and what's going on, especially in economics.
They are just too old and manage the country in their way. It risky isnt it?? |
|
|
|
Nov 12 2006, 11:45 AM
Post
#9
|
|
|
AF Supreme Group: Members Posts: 10,466 Joined: 2-August 04 From: The Pits of Hell |
Well, I think that Thailand should continue being ignorant then. Look how long Thailand has survived without listening to outsiders. We have to take risk and chances. All or nothing!
|
|
|
|
Nov 12 2006, 12:36 PM
Post
#10
|
|
|
AF Elite Group: Members Posts: 6,630 Joined: 9-October 05 From: DogCITY |
True True No body know us well as our selve
|
|
|
|
Nov 12 2006, 12:59 PM
Post
#11
|
|
|
AF Supreme Group: Members Posts: 11,304 Joined: 25-July 06 From: Earth, Milky Way Galaxy |
QUOTE(AEROFORCE1 @ Nov 12 2006, 09:36 AM) [snapback]2475688[/snapback] True True No body know us well as our selve sirikittong does sorry to take the seriousness out of this discussion, i'll shut up now |
|
|
|
Nov 12 2006, 01:52 PM
Post
#12
|
|
|
AF Fiend Group: Members Posts: 381 Joined: 26-August 06 From: Canada |
I think we should do things our way screw their advice (unless theye're good).
|
|
|
|
Nov 15 2006, 07:31 PM
Post
#13
|
|
|
AF Addict Group: Members Posts: 522 Joined: 25-July 06 From: Sydney |
Howard will do whatever it is that Bush does - regardless if it is right or wrong. If Bush tells him to jump, Howard will reply how high.
Can't wait for the next election .. |
|
|
|
Nov 15 2006, 07:36 PM
Post
#14
|
|
|
AF Elite Group: Members Posts: 8,794 Joined: 10-July 05 From: here to eternity |
hold on people. lets not be naiieve here.
if a country has a coup then you always assume the worst. if you hear there has been a tsunmai you immediately think "oh no thousands dead", but i heard there wa sone today in hawaii and nobody died. the point is certain words make people sit up and make asumptions. and one of them is military coup........ at the end of the day the military siezed control. dress it whatver way you want to that is instability, that is danger and that is i am sad to say indicative of a poorly run country. once again i state my love for thai people, their king and their country all opf which have been good to me. but not the political leaders. i am only a farang but the way the thai governemt views us is boprdering onthe ridiculaous...... if anyone is ignorant of anyone else it is the thai politicians who are corrupt and abusive, so much so that a military coup is needed to oust them |
|
|
|
Nov 16 2006, 03:18 PM
Post
#15
|
|
|
AF Pro Group: Members Posts: 1,326 Joined: 21-June 06 From: helvete |
i have enough of a problems with the politicians that give me social security etc, im not exactly a big fan of the ones in bkk. end of story.
|
|
|
|
![]() ![]() |
| Lo-Fi Version | Time is now: 23rd May 2013 - 05:13 AM |