This is the latest news regarding CTX corruption. I hope you can read Thai.
Excerpted from
http://www.siamrath.co.th/DetailHeadline.asp?ReviewID=1819894 october 2007
คตส.โชว์ผลงาน สางทุจริต 3 หมื่นล. แฉเทปลับฮั้ว CTX
คตส.เชิญ “ถาวร” ให้ข้อมูลซีทีเอ็กซ์เชือด “ทักษิณ-สุริยะ” แฉแหลกมีเทปลับฮัลโหลระหว่าง “วรพจน์-ธีรวัฒน์” ระบุยังมีเรื่องใน “สุวรรณภูมิ” จ่อให้ฟันอีกเพียบ ส่วนคดีหุ้นชินฯ คตส.เชิญอดีตผู้ว่าการแบงค์ชาติให้ข้อมูลเพิ่ม ขณะที่ “สัก” ออกโทรทัศน์แจงทำงาน 1 ปี สางคดีทุจริตได้กว่า 3 หมื่นล้าน “กล้าณรงค์” ยังไม่สรุปการตรวจสอบทรัพย์สินอดีตนายกฯ เผยต้องรอที่ประชุมพิจารณาอีกครั้ง พร้อมลั่น ป.ป.ช.สอบรัฐมนตรีซุกหุ้นไม่เกี่ยวการเมือง แจง “ยงยุทธ” ลาออกไม่ผิดพ.ร.บ.ถือหุ้น
ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สถานที่ทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.)เมื่อวันที่ 3 ต.ค.50 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะอนุกรรมการโครงการจัดซื้อจัดจ้างปรับปรุงระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสาร และเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่มีนายอำนวย ธันธรา เป็นประธาน ได้เชิญนายถาวร เสนเนียม รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เข้าให้ข้อมูลการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000
นายถาวร กล่าวภายหลังการเข้าให้ข้อมูลแก่คณะอนุกรรมการว่า คณะอนุกรรมการได้เชิญเข้าให้ข้อมูลในฐานะพยาน ที่เคยตรวจสอบการทุจริตกรณีการจัดซื้อจัดจ้าง เครื่องซีทีเอ็กซ์ 9000 และกระบวนการว่าจ้างบริษัท ควอโทรเทค เข้ามาเป็นที่ปรึกษาในการปรับปรุงออกแบบระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเรื่องนี้ได้เคยเสนอผลการตรวจสอบทั้งหมดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(กทภ.)ในขณะนั้น ให้ยกเลิกสัญญาออกแบบระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าและเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดฯ กับ บริษัท ควอโทรเทค และยกเลิกการจัดซื้อเครื่องซีทีเอ็กซ์แล้ว แต่พ.ต.ท.ทักษิณ กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ
ทั้งนี้บริษัทจีอี อินวิชัน ได้ส่งมิสเตอร์ โอเล่ เข้ามาให้เป็นบริษัทที่ปรึกษาในการปรับปรุงออกแบบระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในนามของ บริษัท ควอโทรเทค ถือว่าเป็นการร่วมมือกันฮั้ว ให้มีการล็อกสเป็คการซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ นอกจากนี้ยังได้นำข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์ระหว่างนายวรพจน์ ยศทัศน์ กับนายธีรวัฒน์ ศรีฉัตราภิมุข เลขานุการส่วนตัวของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคมในขณะนั้น นายศรีสุข จันทรางสุ ประธานบอร์ด บทม. และนายวรวิทย์ วิสูตราชัย ผู้รับมอบอำนาจจาก บริษัทควอโทรเทค อีกทั้งยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับนายวรพจน์ โดยเป็นการติดต่อเรื่องการซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์
นายถาวร กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องนี้มีผู้ร่วมกันกระทำผิดแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก เป็นกลุ่มนักการเมืองได้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ กลุ่มที่ 2 ได้แก่ กลุ่มบอร์ดบทม. ที่มีนายศรีสุข เป็นประธานบอร์ด และกลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่มของรัฐมนตรีได้แก่ นายสุริยะ และนายธีรวัฒน์
อย่างไรก็ตาม เรื่องการจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์นี้ ถือเป็นการทุจริตเรื่องเล็กๆ ของการจัดสร้างสนามบินสุวรณภูมิ เพราะยังมีการทุจริตของการก่อสร้างสนามบินอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มวงเงินการก่อสร้างจาก 36,000 ล้านบาท เป็น 55,000 ล้านบาท รวมไปถึงเรื่องการเปิดใช้สนามบินจะต้องมีการบริหารจัดการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเปิดให้มีการบริหารโรงแรม และขายสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ได้มีการประชุมของคณะอนุกรรมการตรวจสอบหุ้นชินคอร์ป ที่มีนายวิโรจน์ เลาหะพันธุ์ คตส.เป็นประธาน โดยได้มีการเชิญนายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยมาให้ข้อมูล โดยภายหลังการเข้าให้ข้อมูล นายชัยวัฒน์ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ โดยกล่าวว่า ข้อมูลที่มอบให้แก่ คตส.น่าจะเป็นความลับ ไม่สามารถเปิดเผยได้
ด้าน นายสัก กอแสงเรือง ในฐานะคณะอนุกรรมการตรวจสอบหุ้นชินฯ กล่าวว่า สาเหตุที่เชิญนายชัยวัฒน์ มาให้ข้อมูลเพราะเคยเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งถือเป็นคณะกรรมการ กลต.และเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารในบริษัทเอสซีแอสเซต จำกัด ถือว่ามีความเกี่ยวข้องคดีนี้จึงต้องเชิญมาให้ข้อมูล
วันเดียวกัน นายสัก กอแสงเรือง โฆษก คตส. พร้อมด้วยนายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ คตส. และนายบรรเจิด สิงคะเนติ กรรมการ คตส. ได้บันทึกเทปโทรทัศน์รายการรักษ์บ้านสร้างเมือง ทางสถานีวิทุยโทรทัศน์ ช่อง 11 เกี่ยวกับการทำงานของ คตส.ในการตรวจสอบและไต่สวนคดีต่างๆ ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา
นายสัก กล่าวว่า ผลงานของ คตส.ในช่วง 1 ที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.49 มีผลงานเกิดขึ้นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบคดีภาษีจากการซื้อขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ทั้งในส่วนการซื้อขายหุ้นของนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ภาษีในส่วนของนายพานทองแท้ และน.ส.พิณทองทา ชินวัตร และภาษีในส่วนของบริษัทแอมเพิลริชอินเวสต์เมนท์ จำกัด รวมแล้วจำนวนกว่า 3 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ได้มีการส่งเรื่องไปยังกรมสรรพากรให้ประเมินเรียกเก็บภาษีแล้ว
ส่วนคดีที่มีการส่งเรื่องฟ้องศาลไปแล้วได้แก่ คดีการจงใจหลีกเลียงภาษีของนายบรรณพจน์ ขณะนี้ศาลกำลังอยู่ระหว่างการสอบพยานในส่วนของจำเลย ส่วนคดีการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดิเษกของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ขณะนี้อัยการสูงสุดกำลังอยู่ระหว่างติดตามตัวจำเลยทั้ง 2 คน ได้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน มาแสดงตัวต่อศาล ถ้าได้ตัวมาเมื่อไร การพิจารณาคดีจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
ด้าน นายกล้านรงค์กล่าวว่า ในส่วนการตรวจสอบข้อมูลเรื่องเส้นทางการเงินในต่างประเทศนั้น ขณะนี้คณะอนุกรรมการฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาประเด็นว่า สมควรที่จะเข้าไปตรวจสอบหรือไม่ ถ้าหากผลการพิจารณาออกมาว่า มีความเกี่ยวข้องและสมควรที่จะเข้าไปตรวจสอบและติดตาม คณะอนุกรรมการฯจะเสนอที่ประชุม คตส.ชุดใหญ่ เพื่อติดตามตรวจสอบข้อมูลส่วนนี้ต่อไป แต่รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ยังไม่ขอพูด
นายกล้านรงค์ ยังได้กล่าวในฐานะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และโฆษก ป.ป.ช.ถึงกรณีที่นายกฯระบุให้ ป.ป.ช.แจ้งเรื่องโดยตรงกับนายกฯ หากตรวจสอบพบมีรัฐมนตรีถือหุ้นเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดว่า ได้มีการพูดเรื่องดังกล่าวในที่ประชุม ป.ป.ช.และมีมติตรงกันว่า ต้องดำเนินการตามเกณฑ์ปกติ จะยกเว้นให้ใครคนใดคนหนึ่งไม่ได้ ต้องดำเนินการตามที่เคยปฏิบัติมา เพราะ ป.ป.ช.ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง การดำเนินการใดๆ จึงไม่ผูกพัน หรือมีปัญหาทางการเมือง เราทำตามหน้าที่ ซึ่งถ้ามีการชี้มูลความผิดของบุคคลใด ทาง ป.ป.ช.จะแถลงและส่งเอกสารไปยังอัยการสูงสุด
ส่วนกรณีที่ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่งเพราะถือหุ้นในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกิจการสื่อนั้น โฆษก ป.ป.ช.กล่าวว่า กรณีการถือหุ้นดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในข่าย พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ.2543