QUOTE(AEROFORCE1 @ Dec 31 2007, 11:13 PM) [snapback]3396212[/snapback]
สภาพตอนนี้ถึงแม้มันอาจจะดูขัดแย้ง แต่อย่างน้อยคือเราพูดถึงมันทุกคนรู้ว่ามีปัญหาอยู่และไม่เงียบพวกนักการเมืองจะทำอะไรก้อต้องระวัง แต่ถ้าลองไม่มีความขัดแย้งล่ะ หึๆ รับรอง เสร็จโจร
ผมยังขอย้ำนะครับว่าแต่ละภาคมีปัญหาไม่เหมือนกัน และมันสมควรจะต้องพูดถึง ถึงแม้มันจะทำให้ใครไม่พอใจบ้างก็เถอะ
เรื่องความไม่เข้าใจปัญหาภูมิภาค ยังจำถึงรัฐบาล ทรท กับการแก้ปัญหาภาคใต้ได้ไหมครับเขาทำอะไรใว้บ้าง แล้วถ้า PPP ได้มันก็อาจจะเป็นการนำเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ครับ
พูดคงพูดได้แน่นอน แต่เราคงต้องพูดกันให้เป็น ใช้ศัพท์ใช้คำ หรือวิธีที่ไม่ให้้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน ให้เป็นการสร้างความเข้าใจกันและกัน ให้ถือเป็นเรืองระเอียดอ่อน ความคิดความเห็นให้มาการได้เข้าไปสำผัสจิรง จากการใช้เวลา สำรวจ วิจัย หาข้อเท็จจริง เหตผลที่แท้จริง ที่ที่ประกอบกันเป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้เป็นอย่างที่เป็น ไม่ใช่มาจากการนั้งเทียนเขียน คิดเองบ้าง ได้ยิน ได้เห็น จากเหรียญด้านเดียว
พูดไปเอง ตีความไปเองตามใจ ไม่แคร์
ไม่สนความรู้สึกคนพื้นที่ ถือว่าเป็นจุดอ่อน เป็นหนึ่งปัจจัยถ่วงดึงการแก้ปัญหาภูมิภาครวมทั้งภาคใต้ เช่นเดียวกัน ความจริง ความแท้ เป็นไปได้ยากที่จะมาได้จาก การพูดส่งเดช ของคนที่ไม่ได้อยู่ หรือสำผัสท้องถิ่นที่แท้จริง การแสดงออกหลายๆอย่างของคนพื้นที่ ไม่ใช้มีได้ เกิดขึ้นได้เพราะเหตุจัจจัยเดียวเท่านั้น
QUOTE(yokie @ Dec 31 2007, 08:42 AM) [snapback]3395525[/snapback]
"การพูดให้เกิดความรู้สึกแบ่งพรรค แบ่งภาค แบ่งพวก มีแต่จะนำให้ประเทศต่ำ ฉิบหายลงไป เท่านั้นเอง และไม่ใช่ช่วงเวลาที่ประเทศต้องการอย่างนี้ชะด้วย" Learner
การปรองดองย่อมต้องมีจุดมุ่งหมายไม่ใช่ปรองดองเพื่อความปรองดอง เราปรองดองสามัคคีกันเพื่อให้ประเทศเจริญก้าวหน้าไม่ใช่เพื่อให้ประเทศเสื่อมโทรม ผมกับคุณแม้จะไม่ใช่พวกเดียวกันแต่เราต่างก็ต้องการให้ประเทศเจริญก้าวหน้าเพียงแต่แนวคิดและวิธีการที่จะทำให้ประเทศเจริญของเราอาจจะแตกต่างกัน แต่ในมุมมองหนึ่งเราก็ยังปรองดองสามัคคีกันแม้ว่าเราจะเป็นคนละพรรคคนละพวก ไม่งั้นทุกประเทศคงมีเพียงแค่พรรคการเมืองเดียว
แต่ในกรณีการคอรัปชั่นของคุณทักษินและการแทรกแซงองค์กรอิสระของพรรคไทยรักไทยซึ่งศาลฎีกาได้ตัดสินแล้วว่าผิดและนำไปสู่การยุบพรรคไทยรักไทย เราสามารถถือได้ว่าการเห็นด้วยหรือการปรองดองกับบุคคลเหล่านี้เป็นสิ่งที่ขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของประเทศ ไม่งั้นศาลคงไม่ตัดสินให้คนเหล่านี้ต้องยุบพรรค ผมไม่สามารถปรองดองกับสิ่งที่สวนทางกับการเจริญก้าวหน้าของประเทศได้ แม้ผมจะเป็นพวกเดียวกับคุณทักษิน ผมก็มีหน้าที่ในถานะคนไทยที่จะต้องป้องกันไม่ให้พวกของผมได้มีโอกาสทำผิดอีก
ผมหวังว่าคุณก็คงต้องคิดแบบเดียวกัน
ปล ผมเป็นพวกเดียวกับคุณทักษินและพรรคไทยรักไทยมาตลอด แต่ผมคิดว่าคุณทักษินน่าจะต้องติดคุกเนื่องจากโกงกินบ้านเมือง
แน่นอนคนโกงชาติทุกคน ต้องและสมควรได้รับโทษ เมื่อศาลได้พิจารณาแล้วว่าผิด นั้นคือในส่วนของคนทำผิด
ทุกอย่างจะเป็นไปตามขบวนการ ถ้าฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข็มแข็งพอ ตบมือข้างเดียวไม่มีทางดังแน่
ในส่วนการเมืองเองก็จำเป็นต้องดำเนินต่อไป การปรองดองไม่ใช่การฮั้ว เป็นคนละเรื่องกัน แน่นอนการปรองดองมีต้องเป้าหมาย การปรองดองคือการหาจุดร่วมเดียวกันเพื่อความเจริญของประเทศที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ไม่ใช้การตามใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น
เพราะยังไงเสียการ ปักธงใส่กัน ปิดหูปิดตาต่อกัน เอาความสะใจเป็นที่ตั้ง ย่อมไม่มีทางสิ้นสุดแน่นอน มีแต่จะนำไปสู่สิ่งที่ชั่วร้ายยิ่งกว่าการคอรัปชั้น นั้นคือ สงครามกลางเมือง ที่มีแต่จะสูญเสียอย่างเดียว ไม่มีใครได้อะไร
อย่างที่ ครป.ได้เสนอมา ก็ ถือว่าจุดเริ่มที่ดีของการหาและเสนอจุดร่วม ลดระดับมาที่ที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ ้ทำงานไป แต่ทุกฝ่ายต้องเข้าไปมีส่วนร่วม ติดตามตรวจสอบ ตำหนิ ชี้แน่ะไปพร้อมกันได้
QUOTE
ครป.จึงมีความเห็นและข้อเรียกร้องดังนี้
1. ครป.พร้อมยอมรับและเคารพผลการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจของประชาชนและเป็นไปตามกรอบรัฐธรรมนูญและวิถีทาง อารยะประชาธิปไตย หลังจากนี้ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลหรือจะได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ก็ตาม ก็ถือเป็นความชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายต้องเคารพ
2. ครป.ยืนยันที่จะผลักดันและเดินหน้าสรรสร้างการเมืองภาคประชาชน การเมืองใหม่ที่เอาประชาชนเป็นศูนย์กลางและมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของ ประเทศ ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล ครป.ก็จะทำหน้าที่ตรวจสอบนอกสภา โดยใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อให้รัฐบาลใหม่ทำงานเพื่อคนทั้ง ประเทศและคน 63 ล้านคนอย่างแท้จริง
3. สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลนั้น ถือเป็นความชอบธรรมของพรรคพลังประชาชนที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อนพรรค อื่น แต่เนื่องจากไม่สามารถชนะอย่างเอกฉันท์ได้ จึงส่งผลให้พรรคขนาดเล็ก กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล ครป.ขอเรียกร้องพรรคการเมืองขนาดเล็กตัดสินใจ เข้าร่วมรัฐบาลอย่างมีเงื่อนไข โดยยึดเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ทำเพื่อคนคนเดียว หรือคำนึงถึงประโยชน์ของพรรคเท่านั้น
4. ครป.ยืนยันคัดค้านรัฐบาลใหม่ หากดำเนินนโยบายฟอกผิด และนิรโทษกรรม พตท.ทักษิณ ชินวัตร และอดีต 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย หรือการยุบ คตส. เพราะจะทำให้กระบวรการยุติธรรมขาดความน่าเชื่อถือและกลายเป็นชนวนความแตก แยกในสังคม ในขณะเดียวกัน ครป.ก็พร้อมสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับรัฐบาลใหม่ หากรัฐบาลจริงใจเอาปัญหาของประเทศเป็นตัวตั้งและมุ่งมั่นแก้ปัญหาของส่วน รวมเป็นหลัก
ที่มาจาก ประชาไท
ปัญหาประเทศไทย เป็นปัญหาระดับโครงสร้างที่ต้องโทษทุกคน
เช่น อย่างที่ อ.หมอประเวศ พูด
"ปัญหาเชิงโครงสร้าง 10 ประการ
1. ทรรศนะเกี่ยวกับคนจน ทรรศนะหรือทิฐิของสังคมเป็นโครงสร้างของสังคมที่ลึกที่สุด สังคมไทยถูกหล่อหลอมกันมาให้เป็นสังคมที่เกลียดคนจน ลองดูสำนวนและคำอวยพรต่อไปนี้ "รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา" "ขอให้ได้เป็นเจ้าคนนายคน" "ขอให้ได้นั่งกินนอนกิน"
ในความเป็นจริง การหามเสาหรือการทำงานหนักไม่ใช่ความชั่ว แต่เป็นความดี การนั่งกินนอนกินไม่ดี เป็นการเอาเปรียบคนอื่น คนเราต้องทำงานเพื่อให้พึ่งตนเองได้และช่วยเหลือผู้อื่นจึงจะดี สังคมไทยเป็นสังคมที่คนข้างบนเอาเปรียบคนข้างล่าง และพยายามสร้างความชอบธรรม ให้แก่การกระทำนั้น ซึ่งหล่อหลอมมาเป็นการดูถูกเหยียดหยามคนจน
ลูกคนจนที่เคยช่วยพ่อแม่หาบกระบุงตระกร้า พอเข้าโรงเรียนไปสักพักหนึ่ง ก็อายที่จะเดินกับพ่อแม่ซึ่งยากจนกระรุ่งกระริ่ง แสดงว่าโรงเรียน จะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม เป็นที่หล่อหลอมให้รังเกียจความยากจน
คนจนจะต้องทำงานต่ำ มีรายได้น้อย เสี่ยงภัยสูง ถ้าทำผิดจะถูกลงโทษรุนแรงกว่าคนรวย ฯลฯ ความเกลียดคนจนในสังคมไทยยังนำไปสู่ปรากฎการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม กฎหมาย และอื่นๆอีกมากมาย ลองจับประเด็นและลองทำ"แผนที่ความคิด"ต่อๆไป จะเห็นอะไรต่อมิอะไรตามมามากมาย
เรื่องนี้เป็นเรื่องศีลธรรมพื้นฐาน ศีลธรรมพื้นฐานคือการเคารพคุณค่า ศักดิ์ศรีความเป็นคนของคนทุกคน โดยเฉพาะของคนเล็กคนน้อย คนยากคนจน ถ้าปราศจากศีลธรรมพื้นฐาน ประเทศเจริญไม่ได้
สังคมไทยขาดศีลธรรมพื้นฐานนี้ และนี่เป็นโครงสร้างทางสังคมที่ลึกที่สุด ที่ต้องการการแก้ไข ถ้าจะแก้ปัญหาคนจนให้ได้
2. โครงสร้างทางกฎหมาย กฎหมายทำให้คนจนเสียเปรียบ ให้อำนาจต่อคนรวยและรัฐที่จะทำกับคนจนมากกว่า กฎหมายเป็นโครงสร้างที่มีอำนาจและรุนแรงมาก จำเป็นต้องมีการปฏิรูปกฎหมายเพื่อคนจน
3. โครงสร้างการใช้ทรัพยากร ชาวบ้านต้องมีที่ดินทำมาหากิน มีป่าไม้ มีแหล่งน้ำ รัฐไปรวบเอาสิทธิในทรัพยากรของชุมชนซึ่งมีอยู่ตามธรรมชาติในฐานะที่เกิดมาเป็นมนุษย์มาเป็นของรัฐ และจัดสรรการใช้ที่เอื้อประโยชน์ต่อคนรวยมากกว่าคนจน การปฏิรูปการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นธรรม จึงเป็นเรื่องใหญ่ในการแก้ปัญหาของคนจน
4. ระบบการศึกษา ระบบการศึกษาเป็นการเอาเงินของคนทั้งประเทศ ไปสร้างระบบการศึกษาที่ต้อนคนทั้งหมดเข้าไปรับใช้รัฐ รับใช้ธุรกิจ และรับใช้ต่างประเทศที่เอาเปรียบไทย ไม่ทำให้คนยากจนแข็งแรง พึ่งตนเองได้ ระบบการศึกษาแบบนี้มีส่วนซ้ำเติมคนยากคนจน และแก้ปัญหาไม่ได้ จำเป็นต้องมีการปฏิรูปการศึกษาเพื่อแก้ความทุกข์ยากของคนทั้งแผ่นดิน
5. ระบบการธนาคาร ระบบการธนาคารไปเอาเงินของคนทั่วทั้งประเทศมาให้คนส่วนน้อย ซึ่งอาจเป็นญาติ เป็นพรรคพวก เป็นผู้มิอิทธิพล ใช้เพื่อทำกิจการแบบที่เอาเปรียบคนส่วนใหญ่ ไม่ได้สร้างเศรษฐกิจจริง ทำให้การเงินและเศรษฐกิจพัง แล้วก็ต้องเอาเงินของประชาชนไปค้ำจุนอีก นี้เป็นโครงสร้างใหญ่อีกโครงสร้างหนึ่งที่ทำให้คนจนไม่หายจน ควรจะมีระบบการเงิน ที่เอื้อต่อคนจนและชุมชน
6. ระบบการสื่อสาร การสื่อสารใช้เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ ล้างสมองให้คนเกิดวัฒนธรรมบริโภคนิยม มากกว่าที่จะทำให้เกิดปัญญาพึ่งตนเองได้ โดยมีผู้ได้กำไรอย่างมโหฬารจากระบบสื่อสารแบบนี้ เป็นโครงสร้างที่เอาเปรียบและทำลายสังคมอย่างรุนแรง ควรมีการปฏิรูปสื่อเพื่อสังคม
7. ระบบราชการ ระบบราชการเป็นระบบรวมศูนย์อำนาจ มีความตั้งใจน้อย มีความรู้น้อย มีการใช้อำนาจมาก มีคอรัปชั่นมาก แก้ปัญหาของคนยากจนไม่ได้ แต่ซ้ำเติมให้คนจนต้องย่ำแย่ลงไปอีก ความจริง ราชการมีกำลังเหลือเฟือ เกินพอที่จะแก้ปัญหาคนจนทั้งประเทศ แต่ต้องการการปฏิรูประบบ โดยเฉพาะระบบการงบประมาณ
8. การกำหนดนโยบายและทิศทางการพัฒนาประเทศ นโยบายและทิศทางการพัฒนาประเทศ เป็นโครงสร้างใหญ่ที่กระทบหมดทุกคน ที่แล้วมา นโยบายและทิศทางการพัฒนาประเทศ กำหนดโดยคนที่มีอำนาจ คนมีเงิน และคนขาดความเข้าในแผ่นดินไทย ทำให้เกิดทิศทางการพัฒนาประเทศที่ไปเอาของคนส่วนใหญ่ และทรัพยากรธรรมชาติมาเป็นเงินหรือความร่ำรวยของคนส่วนน้อย เป็นยุทธศาสตร์การสร้างความร่ำรวย ไม่ใช่ยุทธศาสตร์การแก้ความยากจน ดังกล่าวแล้ว ทำให้ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยห่างมากขึ้น จำเป็นต้องตั้งทิศทางการพัฒนาประเทศใหม ่เพื่อแก้ความยากจน
9. ระบบการเมือง เมื่อโครงสร้างของสังคมทั้งหมดเป็นไปตามข้อ 1 ถึง 8 ข้างต้น โครงสร้างนั้นก็คลอดหรือให้กำเนิดระบบการเมืองที่เป็นตัวแทนของผู้เอาเปรียบสังคม มีการใช้เงินซื้ออำนาจ แล้วเอาอำนาจนั้นไปหาเงินอย่างมโหฬาร ระบบการเมืองอย่างนี้ แก้ปัญหาความยากจนไม่ได้ จึงจำเป็นต้องปฏิรูปการเมือง แม้มีรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ออกมาแล้ว สังคมก็ต้องเคลื่อนไหวเพื่อปฏิรูปการเมืองต่อไป
10. สังคมอ่อนแอ โครงสร้างทั้ง 9 ประการข้างต้นเป็นโครงสร้างที่แข็งแกร่งสุดประมาณ ที่จะทำให้คนจนไม่หายจน มีสิ่งเดียวที่จะปรับโครงสร้างนั้นได้คือสังคมเข้มแข็ง อันได้แก่การรวมตัวร่วมคิดร่วมทำให้มีพลังเข้าใจปัญหา สื่อสารปัญหา รู้วิธีแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่แล้วมารัฐพยายามทำให้สังคมอ่อนแอ ไม่ส่งเสริมการรวมกลุ่ม ดูถูกการรวมกลุ่ม มีการเรียกว่าม๊อบบ้าง แก๊งข้างถนนบ้าง ไม่ยอมรับรองสิทธิของชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้เกิดความยากลำบากในการสร้างองค์กรและการเงินชุมชน
รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปการเมืองจึงเป็นรัฐธรรมนูญที่ส่งเริมสังคมเข้มแข็ง อันเป็นความพยายามอย่างหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหาโครงสร้าง
โครงสร้างทั้ง 10 ประการที่กล่าวมาแล้ว เป็นโครงสร้างอันทะมึนที่กำหนดให้คนจนต้องจน และไม่หายจน สังคมไทยจำเป็นต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้อง หรือมีสัมมาทิฐิว่าความยากจนนั้น เกิดเพราะโครงสร้างของสังคมกระทำ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างทางสังคม ต้องการการแก้ไขเชิงโครงสร้างหรือปฏิรูปโครงสร้างทางสังคม จึงจะแก้ปัญหาของคนจนได้"