ทำกันเป็นกระบวนการ
ที่แน่ๆในนี้มีอยู่อย่างน้อย 1 คน ไอ้ AnAttA ไงล่ะ
*********************************
15 พฤษภาคม 2544 กองบรรณาธิการ นสพ.ไทยโพสต์
ศอบต. เก่งอีกแล้ว รู้มีการขนอาวุธสงคราม ไปอาเจะห์ มาหลายเที่ยวแล้ว แต่จับไม่ได้ ผบ.มทบ.42 ไวปานกามนิตหนุ่มนับแล้ว กระสุนในคลัง อยู่ครบทุกเม็ด
ผบ.ทบ.ไฟเขียวเรียกตัว ผบ.มบท.42 สอบ แฉขบวนการสีเขียว ถูกจับมาแล้วหลายครั้ง แต่มีนายทหารใหญ่โดดป้อง จนหลุดคดีทุกครั้ง
นายพลากร สุวรรณรัฐ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวรายงานต่อที่ประชุมกระทรวงมหาดไทยว่า จากการที่ทางกองบัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 9 ได้จับกุมทหาร 2 นาย สังกัดมณฑลทหารบกที่ 42 ลักลอบค้าอาวุธสงคราม ถือเป็นความร่วมมือของทุกฝ่าย ซึ่งเป็นความจริงที่ ว่ากองกำลังขบวนการแบ่งแยกดินแดนของอาเจะห์ได้ส่งคนเข้ามาหาอาวุธ สงคราม และจะดำเนินการขยายผลไปยังเวทีประชาคมโลก เพื่อนำไปสู่การ แบ่งแยกดินแดนสำเร็จ
จากการสืบพยานหลักฐานพบว่า มีการส่งอาวุธกลับไปที่อา เจะห์ทางเรือประมง ผ่านทาง จ.สงขลา สตูล ซึ่งเคยทำหลายเที่ยวแล้ว ตำรวจไทยและอินโดนีเซียทราบเรื่องดีว่ามีการแอบแฝงไปกับเรือประมง แต่ไม่สามารถจับกุมได้ และเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรัฐบาลไทยกับ อินโดนีเซียไม่มีปัญหาต่อกัน เพราะเข้าใจดีว่าไทยไม่สนับสนุน อีกทั้งได้ป้อง ปรามมาตลอด นายพลากรกล่าว
ด้าน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า ผลการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า มีทหารเกี่ยวข้องกับคดีนี้เพิ่มขึ้นอีก 2 นาย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าชื่อและยศอะไร รวมทั้งยังไม่สามารถเปิด เผยได้ว่าเป็นนายทหารสัญญาบัตร หรือชั้นประทวน ขณะนี้สามารถควบคุม ตัวไว้ได้แล้ว 1 นาย อยู่ระหว่างการสอบสวน หากเสร็จสิ้นกระบวนการจะ ได้มีการลงโทษทางวินัยต่อไป ส่วนอีก 1 นายอยู่ระหว่างการติดตามตัว ส่วนจะต้องสอบสวนผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ด้วยหรือไม่ เป็นเรื่องที่แม่ทัพภาคที่ 4 จะต้องดำเนินการต่อไป เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุที่ เกิดขึ้นว่าเกิดจากข้อบกพร่องใด จึงทำให้สามารถลักลอบขนอาวุธออกจากคลัง สินค้าได้
พล.ร.อ.ประเสริฐ บุญทรง ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่า เรือประมงทั้งหมดที่วิ่งอยู่ในทะเลนั้น กองทัพเรือไม่สามารถตรวจค้นได้ทั้ง หมด ต้องใช้วิธีสุ่มตรวจเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยพบ แต่ทราบว่ามีการ ลักลอบกระทำผิดกฎหมายกันเป็นประจำ
ต่อข้อถามว่า นอกจากจะมีการลักลอบขนอาวุธส่งไปให้กบฏ อาเจะห์แล้ว จะส่งไปให้กลุ่มอีแลม ในศรีลังกาด้วยหรือไม่ ผู้บัญชาการ ทหารเรือกล่าวว่า ขณะนี้หน่วยข่าวกำลังตรวจสอบอยู่ แต่ยังไม่มีข่าวชัดเจน อย่างไรก็ตาม หากจะดำเนินการก็สามารถทำได้ เพราะระยะทางกว้างไกลที่ สามารถลักลอบทำได้อยู่แล้ว หากมีความต้องการ
ด้าน พล.ต.ชาญ ปานสินธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก (มทบ.) ที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แถลงข่าวว่า หลังเกิดเหตุกองทัพภาคที่ 4 ร่วมกับ มทบ.ที่ 42 จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อตรวจนับอาวุธ เครื่องกระสุน ภายในคลังแสงของ มทบ.42 ทั้งหมด ปรากฏว่ากระสุนนับแสนนัดยังอยู่ครบ ทั้งอาวุธ ระเบิด และยุทธปัจจัย
แหล่งข่าวระบุว่า ขบวนการลักลอบขนอาวุธของกองทัพไปขาย ให้กลุ่มแยกดินแดนในอินโนนีเซีย มีเครือข่ายกว้างขวาง และทำกันมานาน มีความเกี่ยวพันกับหน่วยทหารในยะลาและนราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเปิด ยุทธการทางทหารเป็นประจำ มักจะมีการแทงจำหน่ายระเบิด และกระสุน ปืนจำนวนมาก แทบทุกครั้งที่มีปะทะกับ ขจก.
สำหรับ จ.ส.อ.วินันท์ เขียวมณีนัย สังกัดศูนย์ฝึก รด.มทบ.42 ที่ถูกทหาร 2 นาย ให้การซัดทอดว่าร่วมขบวนการนั้น พ.ต.อ.สาคร ทองมุนี ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำเรื่องขอตัวแล้ว และจะประสานไปยัง ผบ.มทบ.42 อีกครั้ง เพื่อขอตัวมาสอบปากคำ เนื่องจาก จ.ส.อ.วินันท์ถูกซัดถอดว่ามีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่ยังไม่มั่น ใจว่าจะมาให้ปากคำได้เมื่อใด จะต้องประสานงานกันอีกครั้ง
มีรายงานว่า พนักงานสอบสวนพบว่าจ่าวินันท์เคยต้องคดี อาวุธสงครามถึง 2 ครั้ง แต่มีนายทหารใหญ่ช่วยเหลือทุกครั้ง และยังพบว่ามี การเดินทางเข้า-ออกไปมาเลเซียเป็นประจำเพื่อติดต่อค้าอาวุธ
*******************************************
ตำรวจระดมล่า รถขนคลังแสง ล่องหนอีก 1 คัน
13 พฤษภาคม 2544
ตำรวจเร่งควานหา รถขนอาวุธสงคราม ซึ่งยังล่องหนอยู่ 1 คัน หลังสืบทราบว่ามีการขนกัน 3 คัน แต่จับได้เพียง 2 คัน เตรียมออกหมายจับจ่าสุนันท์ กุญแจตัวสำคัญที่ยังหลบกบดาน อยู่ในค่ายทหารมาเค้นหา ผู้ร่วมขบวนการที่เชื่อว่า จะมีอีกหลายคน
พ.ต.ท.ปรีชา กลัดสวัสดิ์ สวส.สภ.อ.เมืองสงขลา และนาย ทหารพระธรรมนูญ มณฑลทหารบกที่ 42 ได้ร่วมกันสอบปากคำ จ.ส.อ.วีระ คงเต็ม ทหารแผนกสรรพาวุธ มทบ.42 และ ส.อ.วิชัย พัศระ ทหารสังกัด ร.พัน 1 แผนกซ่อมบำรุง ค่ายเสนาณรงค์ อีกครั้งเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง เพื่อสืบหาขบวนการค้าอาวุธสงครามข้ามชาติ หลังจากจับกุมทหารชั้นประทวนทั้งสองพร้อมอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด จำนวนมาก ขณะกำลังนำไปขายให้กับกลุ่มอาเจะห์ซึ่งเป็นขบวนการเรียกร้อง เอกราชจากอินโดนีเซีย
พล.ต.ท.ธวัชชัย จุลสุคนธ์ ผบช.ภ.9 เปิดเผยว่า จะออกหมาย จับทหารชั้นประทวนยศ จ.ส.อ.สังกัด มทบ.42 อีกคนหนึ่ง ที่ถูกซัดทอดว่าเป็น ผู้รับซื้ออาวุธทั้งหมด เพื่อส่งไปให้พ่อค้าอาวุธชาวอินโดนีเซีย โดยกำลังประ สานกับ พล.ต.ชาญ ปานศิลป์ ผบ.มทบ.42 อยู่ ถ้าได้ตัวมาก็จะเป็นกุญแจ สำคัญให้รู้ว่าโยงใยไปถึงใคร ผู้รับซื้อเป็นใคร โกดังเก็บก่อนส่งลงเรืออยู่ที่ ไหน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารชั้นประทวนที่จะถูกออกหมายจับคือ จ.ส.อ.สุนันท์ ซึ่งขณะนี้ยังคงหลบกบดานอยู่ใน มทบ.42
ขณะเดียวกัน พล.ต.ชาญ ปานศิลป์ ผบ.มทบ.42 ได้มีคำสั่ง แต่งตั้งให้ พ.อ.ดิเรก รัตนวิจิตร เสนาธิการ มทบ.42 เป็นประธานสอบสวนหา ข้อเท็จจริงว่า นอกจาก จ.ส.อ.วีระและ ส.อ.วิชัยแล้วยังมีใครร่วมด้วยบ้าง รวมทั้งขั้นตอนการเก็บรักษาและการเบิกใช้อาวุธ เพื่อที่จะหาผู้รับผิดชอบมาลง โทษ เนื่องจากเชื่อว่ายังมีเจ้าหน้าที่ระดับต่างๆ ร่วมรู้เห็น โดยในเบื้องต้นสืบ ทราบว่ามีการกระทำกันมานานแล้ว และไม่ใช่อาวุธที่สั่งมาเกิน แต่เป็นการ ซิกแซ็กเอาออกมาเก็บรวมรวมไว้จนมีจำนวนมากจึงส่งออกขาย ซึ่งผู้ที่กระทำ ผิดคงไม่ใช่มีแค่ 3 คนเท่านั้น
มีรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนพบว่า การขนอาวุธ เที่ยวนี้มีด้วยกันถึง 3 คันรถ แต่อีกคันหนึ่งได้หายไปก่อนที่ตำรวจจะเข้าจับ กุม โดยเชื่อว่าอาวุธที่เหลือยังอยู่ในพื้นที่ของ จ.สงขลา และทางการสืบสวน ยังพบว่า นอกจาก จ.ส.อ.สุนันท์ที่ยังหลบกบดานอยู่แล้ว ยังมีทหารระดับ เดียวกันอีก 2 คนร่วมอยู่ในขบวนการด้วย
ด้านนายชวน หลีกภัย ผู้นำฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ว่า ทหารค้าอาวุธเป็นเรื่องเสียหายร้ายแรง โดยเฉพาะข่าวที่ว่าส่งไปขายให้โจร แบ่งแยกดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน ถ้าเขาไม่เข้าใจก็จะเกิดปัญหาระหว่าง ประเทศขึ้น แต่ยังเชื่อว่า ผบ.ทบ.คงมีวิธีแก้ปัญหาป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก และเชื่อว่าเป็นการกระทำของทหารนอกแถวไม่กี่คนเท่านั้น
พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ต้องรอให้เจ้าหน้าที่สอบสวนก่อนแล้วจะได้รายละเอียดว่าใครเกี่ยว ข้อง โครงข่ายเป็นอย่างไร เชื่อว่าอินโดนีเซียจะขอบคุณไทยเสียด้วยซ้ำที่จับ ได้ ที่ว่ามีนักการเมืองและผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง ก็พูดกันอย่างนี้ แต่จับไม่ ได้สักที ความจริงเรื่องนี้ต้องเอาให้เข็ด และยอมรับว่าเป็นความบกพร่องของ กองทัพ ต้องขอบคุณตำรวจที่ดูแลให้ ที่ไหนไม่ดีต้องช่วยกันแก้ไข เวลานี้แม่ ทัพภาคที่ 4 ปลดทหารทั้ง 2 คนไปแล้ว และมีการเอาผิดผู้บังคับบัญชาด้วย
ขบวนการค้าอาวุธสงครามถือว่าใหญ่มาก เจ้าหน้าที่พยายาม แกะ ฝ่ายการข่าวติดตามกันหลายรายสกัดเอาไว้ได้ก่อน แต่ก็ยังมีอีก เนื่องจากรอบบ้านเรายังมีปัญหามีบุคคลไม่ยอมเชื่อว่าฝ่ายที่ได้อำนาจรัฐนั้นจะ ได้อำนาจอย่างสมบูรณ์ชอบธรรมทางการเมือง แต่กลับเชื่อว่ายังสามารถปลด ปล่อยได้ทำให้สับสน ซึ่งถ้าดูลึกๆ แล้วมันมีขบวนการผลประโยชน์แอบแฝง อยู่
ขณะที่ พล.ต.ชาญ ปานศิลป์ ผบ.มทบ.42 กล่าวว่า ทหารทั้งสองนายได้ถูกสั่งพักราชการแล้ว ขอยืนยันว่าจะไม่มีการปกป้องผู้ทำ ผิดแน่นอน มีการตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนว่ามีใครร่วมด้วย โดยส่วนตัว แล้วไม่ค่อยเชื่อคำพูดของทหารทั้งสอง แต่ก็คิดว่าไม่น่ามีคนที่ยศสูงกว่านี้ไป เกี่ยวข้องด้วย
ปกติการเบิกอาวุธออกจากคลังก็รัดกุมมาก มีคนถือกุญแจ 2 ดอก มีทหารระดับ พ.อ.ถือดอกหนึ่ง และหัวหน้าสรรพาวุธอีก 1 ดอก ต้องเปิดทั้งสองคนจึงจะออกได้
*********************************************
http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topi...9/P4910119.html